ReadyPlanet.com


อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ MJPEG MPEG4 และ JPEG2000 ครับ
avatar
pmoh


ผมไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ DVR นะครับที่ว่า บันทึกแบบMJPEG  MPEG4 และ แบบ JPEG2000 หรือ J2000 เป็นอย่างไรครับ และมีข้อดีข้อด้อยต่างกันอย่างไรครับ เวลาเลือกใช้ควรจะเลือกแบบไหนดีครับ รบกวนท่านที่ทราบช่วยทำให้กระจ่างหน่ยครับ งง จริงๆ


ผู้ตั้งกระทู้ pmoh :: วันที่ลงประกาศ 2008-02-14 08:47:18 IP : 61.7.145.98


ก่อนหน้า1ถัดไป

ความคิดเห็นที่ 1 (1550679)
avatar
LUCKYFRIDAY

http://en.wikipedia.org/wiki/JPEG_2000

http://en.wikipedia.org/wiki/Template:Compression_Methods

http://en.wikipedia.org/wiki/Template:Compression_Software_Implementations

 

ผู้แสดงความคิดเห็น LUCKYFRIDAY ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-02-14 09:08:24 IP : 222.123.137.215


ความคิดเห็นที่ 2 (1550697)
avatar
LUCKYFRIDAY
JPEG2000
เป็นมาตรฐานการบีบอัดภาพนิ่งที่เป็นมาตรฐานใหม่ ถูกพัฒนาโดย Joint Photographic
Experts Group (JPEG) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ International Organization for Standardization (ISO) มาตรฐาน
การบีบอัด JPEG2000 ถูกออกแบบมาเพื่อบีบอัดภาพนิ่งรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ภาพ bi-level ภาพ grey-level ภาพสี
และภาพ multicomponent ทั้งนี้มาตรฐาน JPEG2000 สามารถรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การ
ใช้งานในลักษณะเซิร์ฟเวอร์กับผู้ใช้บริการ การส่งแบบเวลาจริง การค้นคืนภาพ การใช้ตัวกลางที่มีบัฟเฟอร์และแบนด์
วิธขนาดจำกัด เป็นต้น โดยมาตรฐาน JPEG2000 นั้นสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพการบีบอัดให้มีคุณภาพเหนือกว่า
มาตรฐานก่อนหน้านี้ โดย JPEG2000 มีประสิทธิภาพการบีบอัดสูงกว่า JPEG ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และนอกจากนี้
มาตรฐาน JPEG2000 ยังมีรูปแบบการเข้ารหัส 2 แบบ ได้แก่ การเข้ารหัสแบบ DCT ซึ่งเป็นการเข้ารหัสของ JPEG
เดิมอยู่แล้ว และการเข้ารหัสแบบ Wavelet
ตัวเข้ารหัสของ JPEG2000 เป็น bit-plane coder ใช้หลักการเข้ารหัสแบบ Embedded Block Coding
with Optimized Truncation (EBCOT) หลักการของ EBCOT คือ การแบ่งซับแบนด์ออกเป็นบล็อกย่อยๆ ซึ่งจะ
เข้ารหัสแยกจากกัน แต่ละบล็อกจะได้รหัสเลขฐานสองออกมา โดยไม่ใช้ข้อมูลของบล็อกอื่นๆ เราสามารถลดทอน
รหัสเหล่านี้ให้เหลือเพียงความยาวที่ต้องการได้ โดยกระบวนการหลังการบีบอัดภาพจะทำการวิเคราะห์ว่าควรจะ
ลดทอนรหัสของแต่ละบล็อกลงเท่าใด ผลของการบีบอัดจึงจะได้ตาม bit rate ที่ต้องการ
รหัสของมาตรฐาน JPEG2000 มีลักษณะเป็นชั้น (layer) โดยในชั้นแรกจะเป็นชั้นที่มีคุณภาพต่ำที่สุด รหัส
จะประกอบขึ้นจากรหัสที่ถูกลดทอนดังกล่าว จากนั้นชั้นต่อไปจะประกอบไปด้วยรหัสที่ถูกลดทอนลงเช่นเดียวกัน แต่
เป็นการลดทอนเพื่อให้ได้ bit rate ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่ารหัสในชั้นที่สูงขึ้น
สามารถนำไปประกอบกับรหัสในชั้นที่ต่ำกว่าในส่วนใด จากการที่แต่ละบล็อกเข้ารหัสอย่างเป็นอิสระต่อกันนั้น ส่งผล
ให้ทำการถอดรหัสบล็อกใดบล็อกหนึ่งตามต้องการได้ (Random access) นอกจากนี้เนื่องจากการเข้ารหัสนั้น รหัส
ส่วนที่เป็นโครงสร้างหยาบๆจะมาก่อนหรืออยู่ในชั้นที่ต่ำกว่ารหัสส่วนที่เป็นรายละเอียด ทำให้การเข้ารหัสเป็นแบบ
SNR progressive อีกด้วย
3. จุดเด่นของมาตรฐาน JPEG2000
เนื่องมาจากมาตรฐาน JPEG2000 นั้น ได้มีการพัฒนามาตรฐานการบีบอัดภาพของ JPEG ให้มี
ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม โดยมาตรฐาน JPEG2000 มีความสามารถเหนือกว่ามาตรฐานอื่นๆ ในด้านต่างๆ
ดังต่อไปนี้
1. มีสมรรถนะในการบีบอัดภาพที่อัตราบิตต่ำ (Superior Low Bit Rate Performance) โดยภาพที่ผ่านการบีบ
อัดแบบ JPEG2000 ที่อัตราบิตต่ำ (จำนวนบิตข้อมูลเฉลี่ยต่อ 1 จุดภาพ) มีประสิทธิภาพในการบีบอัด และ
ให้คุณภาพที่สูงกว่าการบีบอัดภาพแบบ JPEG ที่อัตราบิตต่ำ โดยสามารถที่จะรองรับอัตราบิตต่ำได้ถึง 0.25
บิตต่อจุดภาพ สำหรับภาพระดับเทา (Gray Scale) สามารถที่จะทำงานได้ดีที่ระดับอัตราบิตต่ำประมาณ
0.05 บิตต่อจุดภาพ
(ก)
รูปที่ 1 ภาพนิ่งที่สร้างคืนจากการบีบอัดที่ 0.125 bpp ด้วยมาตรฐาน ก) JPEG ข) JPEG
2. เป็นได้ทั้งการบีบอัดภาพแบบไร้ความสูญเสีย (Lossless Compression) และการบีบอัดแบบที่มีความสูญเสียเล็กน้อย (lossy Compression)
3. มีรูปแบบการส่งข้อมูลแบบก้าวไปข้างหน้า (Progressive Transmission) ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมอย่างมากใน
การรับข้อมูลภาพบนช่องสัญญาณที่มีความเร็วในการส่งข้อมูลต่ำ (Slow Communication Link) การส่ง
แบบนี้ทำให้สามารถสร้างคืนภาพโดยมีความถูกต้องของจุดภาพและความละเอียดของภาพสูงขึ้นเรื่อยๆได้
ส่งผลให้สามารถสร้างคืนภาพได้ที่ความถูกต้องและความละเอียดตามที่ต้องการ หรือเลือกให้เหมาะสมกับ
อุปกรณ์ที่ใช้ได้
รูปที่ 2 ภาพแบบ progressive ความละเอียด
4. การเข้ารหัสเฉพาะบริเวณ (Region of interest หรือ ROI) เนื่องจากในภาพนิ่งหนึ่งๆ มักมีบริเวณที่มี
ความสำคัญสูงกว่าบริเวณอื่นๆ ผู้ใช้สามารถเลือกบริเวณที่ต้องการ เพื่อให้เข้ารหัสและส่งด้วยคุณภาพที่
ดีกว่าบริเวณอื่นๆได้
5. การสามารถเข้าถึงและประมวลผลรหัสเฉพาะบริเวณได้ ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถเลือกเข้าถึงบริเวณ ROI ใดๆ เพื่อ
สร้างภาพคืน หรือทำการประมวลผลต่างๆ ได้แก่ การหมุน หรือการขยายบริเวณนั้นๆ
6. ความทนทานต่อการเกิดความผิดพลาดของข้อมูลระดับบิตในช่องสัญญาณที่มีสัญญาณรบกวน ได้แก่ การ
ส่งไร้สายและอินเทอร์เน็ต เนื่องจากบางส่วนของรหัสอาจะมีความสำคัญมากกว่าบริเวณอื่น จึงมีการ
ออกแบบรหัสให้สามารถแก้ไขความผิดพลาดของข้อมูลได้
7. ด้านความปลอดภัย JPEG2000 รองรับการรักษาความปลอดภัยและลิขสิทธิ์ในรูปแบบของการทำลายน้ำ
และการเข้ารหัสภาพ
8. ภาพขนาดใหญ่ JPEG2000 รองรับขนาดรูปภาพได้สูงถึง 232-1 ในขณะที่ JPEG รองรับขนาดได้เพียง
64kX64k
9. รูปที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์
10. การปรับปรุงวิธีการบีบอัดภาพให้ดีขึ้นเพื่อรองรับภาพที่มีรายละเอียดและความละเอียดของภาพมากขึ้น
11. การรวมข้อมูลที่ไม่ใช่รูปภาพเข้าเป็นส่วนหนึ่งของไฟล์
นอกจากนี้ JPEG2000 ยังสามารถรองรับรูปแบบของสีแบบอื่นๆนอกเหนือไปจากแบบ RGB ได้ด้วย
แตกต่างไปจาก JPEG ซึ่งสามารถรองรับได้เพียงสีแบบ RGB
ผู้แสดงความคิดเห็น LUCKYFRIDAY ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-02-14 09:12:09 IP : 222.123.137.215


ความคิดเห็นที่ 3 (1550701)
avatar
LUCKYFRIDAY

JPEG2000 vs MPEG-4 
 
หลังจากระบบภาพในระบบรักษาความปลอดภัยได้ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การส่งผ่านภาพผ่าน Internet การเก็บข้อมูลในระบบ Digital มีการคิดค้นการบีบอัดข้อมูลให้ มีการบีบอัดได้มากขึ้น แต่คุณภาพของภาพสูญเสียน้อยมาก โดยถ้ามองทางด้านการส่งผ่านระบบเครือข่าย ณ.ปัจจุบันยังยอมรับกับระบบ MPEG-4 ซึงสามารถปรับความเร็วให้เข้ากับระบบเครือข่าย ปรับรายละเอียดของภาพได้ ปรับเปลียนการเข้ารหัสได้ และอีกไม่นานเราจะพบกับ MPEG-7

แต่การพัฒนาไม่หยุดอยู่กับที่ ล่าสุดได้มการพัฒนา JPEG2000 ออกมา แต่ J2K(JPEG200) เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลภาพนิ่ง โดยได้พัฒนาแกนหลักมาจาก ระบบ Wavelet โดยJ2K นี้ได้มีความสามารถการบีบอัดข้อมูลในอัตราส่วนที่สูงกว่า JPEG สำหรับการพัฒนาบนระบบภาพเคลื่อนไหวก็ได้มีการพัฒนา ระบบ Motion JPEG 2000 ออกมาในที่สุดเทคโนโลยีตัวใหม่จาก JPEG ในระบบ Motion JPEG 2000 จะมีการเข้ารหัสในหลายเฟรมได้ ทำให้การบีบอัดดีขึ้น 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น LUCKYFRIDAY ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-02-14 09:13:13 IP : 222.123.137.215


ความคิดเห็นที่ 4 (1550725)
avatar
LUCKYFRIDAY

JPEG2000 vs MPEG-4 
 
หลังจากระบบภาพในระบบรักษาความปลอดภัยได้ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง การส่งผ่านภาพผ่าน Internet การเก็บข้อมูลในระบบ Digital มีการคิดค้นการบีบอัดข้อมูลให้ มีการบีบอัดได้มากขึ้น แต่คุณภาพของภาพสูญเสียน้อยมาก โดยถ้ามองทางด้านการส่งผ่านระบบเครือข่าย ณ.ปัจจุบันยังยอมรับกับระบบ MPEG-4 ซึงสามารถปรับความเร็วให้เข้ากับระบบเครือข่าย ปรับรายละเอียดของภาพได้ ปรับเปลียนการเข้ารหัสได้ และอีกไม่นานเราจะพบกับ MPEG-7

แต่การพัฒนาไม่หยุดอยู่กับที่ ล่าสุดได้มการพัฒนา JPEG2000 ออกมา แต่ J2K(JPEG200) เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลภาพนิ่ง โดยได้พัฒนาแกนหลักมาจาก ระบบ Wavelet โดยJ2K นี้ได้มีความสามารถการบีบอัดข้อมูลในอัตราส่วนที่สูงกว่า JPEG สำหรับการพัฒนาบนระบบภาพเคลื่อนไหวก็ได้มีการพัฒนา ระบบ Motion JPEG 2000 ออกมาในที่สุดเทคโนโลยีตัวใหม่จาก JPEG ในระบบ Motion JPEG 2000 จะมีการเข้ารหัสในหลายเฟรมได้ ทำให้การบีบอัดดีขึ้น 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น LUCKYFRIDAY ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-02-14 09:21:03 IP : 222.123.137.215


ความคิดเห็นที่ 5 (1552531)
avatar
pmoh

ขอบคุณครับ คุณ Luckyfriday ที่ให้ความกระจ่างครับ แต่สรุปแล้วอันไหนดีกว่ากัน และ ดีกว่าอย่างไรครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น pmoh วันที่ตอบ 2008-02-14 15:39:49 IP : 61.7.145.98


ความคิดเห็นที่ 6 (1555647)
avatar
LUCKYFRIDAY

มันไม่มีอะไรดีกว่าอะไรมากมายหรอก

แต่มันสำคัญที่อะไรมันเหมาะกับสิ่งที่เราทำและแสวงหามากว่า

ยกตัวอย่าง

วานนี้ลูกค้าผมเขาบอกว่าเขาไม่สนใจ

ระบบออนไลน์

ไม่สนใจmp4

เค้าคาดหวังเพียงแค่ระบบสามารถตอบสนองเค้าได้ทันท่วงที

มีปุ่มกดเฉพาะได้เฉพาะกล้องเพียง1สัมผัส

สามารถระบุว่าบันทึกหรือไม่บันทึกได้เมื่อไหร่ที่เค้าต้องการ

คุณเชื่อมั๊ยว่ายังมีคนใช้DIGINET

ทั้งๆที่มีการ์ดMP4

ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์

สรุปคือ

อะไรที่เรา+ลูกค้าต้องการมากกว่า

มันขึ้นอยู่กับจะเอาไปทำอะไร

ผู้แสดงความคิดเห็น LUCKYFRIDAY ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-02-15 02:21:18 IP : 222.123.44.31


ความคิดเห็นที่ 7 (1557212)
avatar
เปิ้ล
ขอบคุณมากๆค่ะ คุณ luckyfriday คุณทั้งเก่งและใจดี ใจกว้างมากเลยนะคะ ดิฉันอ่านประจำเลยค่ะ ชอบเว็บนี้มากๆค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น เปิ้ล วันที่ตอบ 2008-02-15 08:12:45 IP : 58.9.91.42


ความคิดเห็นที่ 8 (1558329)
avatar
pmoh

ขอบคุณ ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น pmoh วันที่ตอบ 2008-02-15 12:00:20 IP : 125.27.72.3


ความคิดเห็นที่ 9 (2915494)
avatar
ต้อง

ไม่ต้องหลักการเยอะหรอกครับเอาเนื้อๆให้เห็นภาพ ปัจจุบันนี้ก้อต้อง H.264 ได้ทั้งความสามารถการบีดอัด(ช่วยในการประหยัดพื้นที่) ได้ทั้งคุณภาพของภาพที่ได้ ส่วนMpeg4 บีบอัดภาพดี แต่คุณภาพของภาพไม่ค่อยดี ส่วนMJPEG คุณภาพของภาพใช้ได้ แต่การบีบอัดไม่ค่อยดีทำให้ไฟร์ใหญ่อ่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ต้อง วันที่ตอบ 2008-09-30 13:19:36 IP : 125.25.136.69


ความคิดเห็นที่ 10 (2916043)
avatar
LUCKYFRIDAY

 

ไม่ว่าจะสามารถบันทึกแบบไหนก็ตาม
แบบMJPEG 
MPEG4
แบบ JPEG2000
หรือ J2000
หรือH.264
หรืออะไรจะมาอีกก็สุดแล้วแต่
ก็ต้องอาศัยองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์+ซอฟท์แวร์

ยกตัวอย่าง
คำว่า
motion detec

motion การเคลื่อน
detecd ตรวจจับแยก

ในดีวีอาร์ยี่ห้อนึง บอกว่าทำงานในโหมด motion detec
หมายความว่าเมื่อก้องตัวใดตรวจจับการเคลื่อนไหวได้
(ตรวจจับการเคลื่อนไหวสัญญาณวีดีโอ ลูมิแน้นท์  vertical-sync,horizon-sync โดยใช้สารกึ่งตัวนำเช่นไดโอด)
**หมายความว่าเมื่อก้องตัวใดตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ ก็ควรจะบันทึกภาพจากกล้องนั้น แบบนี้น่าจะเป็นนิยามของคำว่า motion detec

นอกเรื่องไปซ่ะไกล
มาดู MP4
เคยสังเกตมั๊ยเครื่องเล่นMP4 แต่ละยี่ห้อไฟล์ตัวเดียวกันไม่สามารถเอาไปเปิดกันได้เพราะ...คนละมาตราฐานกัน เหมือนไฟฟ้า50hz/60hz

MP4 หรือ Mpeg4 เป็นมาตรฐานในการย่อขนาดไฟล์เสียงและภาพยนตร์ที่มีความสามารถสูง
โดยสามารถย่อไฟล์ภาพยนตร์ให้มีขนาดเล็กแต่ให้คุณภาพในระดับที่เกือบเทียบเท่าดีวีดี(โม้ทั้งเพในคำบอกกล่าวนี้ยังมีวงเล็บ เหมือนโฆษณาโปรโมชั่นมือถือ
แต่ถ้าต้องการความคมชัดสูงก็สามารถบีบอัดหนังในคุณภาพระดับ High Definition ได้
(ไฟล์ DivX ก็เป็นไฟล์ชนิดหนึ่งที่เอามาตรฐานการลดขนาดภาพของ Mpeg4 มาใช้)

High Definition (HD): วิดีโอที่มีความละเอียด (resolution) มากกว่าวีซีดี (352 x 288)

และดีวีดี (720 x 576) แต่ยังไม่มีข้อกำหนดแน่นอนว่าความละเอียดระดับไหนขึ้นไปถึงจะเรียกว่า HD

DivX: ไฟล์ที่ได้มาจากการเข้ารหัสตามมาตรฐานการบีบอัดสัญญาณภาพ MPEG-4 คุณภาพที่ไดจะใกล้เคียงกับดีวีดี (ขึ้นอยู่กับการ Encoder) แต่มีขนาดที่เล็กกว่า

AAC: เป็นการพัฒนาการเข้ารหัสและบีบอัดไฟล์เพลงที่ให้คุณภาพเหนือกว่า MP3 โดย สนับสนุน multichannel audio มีช่องความถี่สูงถึง 48 ช่อง ทำให้คุณภาพใกล้เคียงกับไฟล์เพลงต้นฉบับในแผ่นซีดีมาก

http://en.wikipedia.org/wiki/MPEG-4_Part_14

****อย่าเชื่อสิ่งใดๆ แม้ว่าจะพิสูจน์แล้ว จงดูมันผ่านกาลเวลา ทนต่อการพิสูจน์มั๊ย ****

ผู้แสดงความคิดเห็น LUCKYFRIDAY (ranongmastercctv-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-10-01 07:49:36 IP : 117.47.80.143


ความคิดเห็นที่ 11 (2923787)
avatar
jogaara

ผมก็อยากทราบ ระบบ Smac ในกล้องวงจรปิดนั้นใช้การบันทึกแบบไหน size ขนาดเท่าไร ครับ ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น jogaara วันที่ตอบ 2008-10-16 14:57:08 IP : 58.8.102.15


ความคิดเห็นที่ 12 (2924565)
avatar
LUCKYFRIDAY

 

CCTV Technology > Multi-stream Scalable Motion Adaptive Video Coder (SMAC-M)
 
SMAC-M is a revolutionary video compression technology developed by TeleEye specially for video surveillance and CCTV application.

SMAC-M is the first video coder in the market that uses a multi-stream coding technology to solve the conflicting requirements of simultaneous recording and remote surveillance.

 
 
Characteristics

Specially designed for TeleEye RX Series Video Recording Server
Separate data streams for recording & transmission
Output: 5 independent digital video streams at different bit rates,
real-time video recording, LAN, broadband Internet, phone line & mobile channel
Simultaneous efficient remote video surveillance & DVD-quality recording
 
TeleEye RX Series 


 
 

Superior Compression Performance than MPEG-4 Techonology

For the same HDD, TeleEye RX Series video recording server incorporated with SMAC-M can record 60% more than MPEG-4 and 4 times more than MJPEG or JPEG2000 at the same picture resolution, quality and frame rate.
For transmission, SMAC-M is about 50% faster than MPEG-4 under ADSL environment.
(1) Recording Comparison :
   Recording Performance
Coder Resolution: 720 x 576 ; Rate: 25fps  Recording duration for a 200 Gbyte HDD 
JPEG 170 GB / day  1.3 days 
JPEG 2000 100 GB / day  2 days 
M-JPEG 100 GB / day  2 days
MPEG-4 40 GB / day  5 days
SMAC-M 25 GB / day  8 days 
SMAC-M: 40% smaller than MPEG-4 


(2) Transmission Comparison :
   Transmission on LAN at 100Mbps Transmission on ADSL at 640kbps
Coder Resolution:
720 x 576
Rate: 25fps Resolution:
360 x 288
Rate: 25fps  Resolution:
720 x 576  Resolution:
360 x 288
JPEG 16 Mbps 8 Mbps 1 fps 2 fps
JPEG 2000 10 Mbps 6 Mbps 2 fps 4 fps
M-JPEG 10 Mbps 6 Mbps 2 fps 4 fps
MPEG-4 2 Mbps 1.2 Mbps 8 fps 16 fps
SMAC-M 1.3 Mbps 0.8 Mbps 12 fps 21 fps
SMAC-M shows superior video transmission performance on LAN & ADSL channels 

 

Unlike traditional DVR video coders such as JPEG2000, M-JPEG or MPEG-4 which compress the incoming analog video and output a single digital video stream, SMAC-M generates multiple video streams which allow multiple remote users to obtain reasonable surveillance performance for their respective channel requirements without affecting each other. SMAC-M provides truly "no compromise" on efficient video transmission and excellent DVD quality recording performance. 
 

ผู้แสดงความคิดเห็น LUCKYFRIDAY (ranongmastercctv-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-10-18 08:33:44 IP : 117.47.110.99


ความคิดเห็นที่ 13 (2924567)
avatar
LUCKYFRIDAY

MPEG-4 coder multi-stream coder comparison

 

 

Superior Compression Performance than MPEG-4 Techonology

  • For the same HDD, TeleEye RX Series video recording server incorporated with SMAC-M can record 60% more than MPEG-4 and 4 times more than MJPEG or JPEG2000 at the same picture resolution, quality and frame rate.
  • For transmission, SMAC-M is about 50% faster than MPEG-4 under ADSL environment.

(1) Recording Comparison :

  Recording Performance
Coder Resolution: 720 x 576 ; Rate: 25fps Recording duration for a 200 Gbyte HDD
JPEG 170 GB / day 1.3 days
JPEG 2000 100 GB / day 2 days
M-JPEG 100 GB / day 2 days
MPEG-4 40 GB / day 5 days
SMAC-M 25 GB / day 8 days
SMAC-M: 40% smaller than MPEG-4

(2) Transmission Comparison :

  Transmission on LAN at 100Mbps Transmission on ADSL at 640kbps
Coder Resolution:
720 x 576
Rate: 25fps
Resolution:
360 x 288
Rate: 25fps
Resolution:
720 x 576
Resolution:
360 x 288
JPEG 16 Mbps 8 Mbps 1 fps 2 fps
JPEG 2000 10 Mbps 6 Mbps 2 fps 4 fps
M-JPEG 10 Mbps 6 Mbps 2 fps 4 fps
MPEG-4 2 Mbps 1.2 Mbps 8 fps 16 fps
SMAC-M 1.3 Mbps 0.8 Mbps 12 fps 21 fps
SMAC-M shows superior video transmission performance on LAN & ADSL channels


Unlike traditional DVR video coders such as JPEG2000, M-JPEG or MPEG-4 which compress the incoming analog video and output a single digital video stream, SMAC-M generates multiple video streams which allow multiple remote users to obtain reasonable surveillance performance for their respective channel requirements without affecting each other. SMAC-M provides truly "no compromise" on efficient video transmission and excellent DVD quality recording performance.

ผู้แสดงความคิดเห็น LUCKYFRIDAY (ranongmastercctv-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2008-10-18 08:35:30 IP : 117.47.110.99


ความคิดเห็นที่ 14 (2962900)
avatar
089177818x

ถ้าดูผ่านเน็ตระบบh264มองข้ามเลยครับเพราะรีเลย์มากบางครั้งรอถึง3นาทีภาพถึงขยับทีใช้อยู่ช้ำใจเลยครับยิ่งต่อพ่วงกล้องหลายๆตัวยิ่งไม่ได้เรื่องเลยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น 089177818x (bangkokmail-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-01-21 23:17:43 IP : 58.9.9.230


ความคิดเห็นที่ 15 (2962918)
avatar
วีระชัย

คหที่ 14 ครับ มันไม่แน่เสมอไปหรอกครับ นอกจาก h.264 ที่คุณใช้อยู่เป็นของปลอม การดูผ่านเน็ตมันอาศัยข้างเซอร์เวอร์อัพขึ้น แล้วข้างเราที่ดูเนี่ยโหลดลง เพราะฉะนั้น h 264 ไฟล์เล็กกว่า jpeg ถึงไงก็ต้องไวกว่า ทั้งนี้มันขึ้นอยู่ที่ความเร็วของอินเตอร์เน็ตด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น วีระชัย (virachai101-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2009-01-22 01:13:35 IP : 58.9.105.38


ความคิดเห็นที่ 16 (4085257)
avatar
imitazione bracciale love cartier usato
cartierlovejesduas Infelizmente n?o deu certo pra mim, aparece “Comments are closed.” nas minhas postagens… imitazione bracciale love cartier usato http://www.cbangles.net/it/fake-cartier-love-bracelet-white-gold-diamond-screwdriver-b6035816-p743/
ผู้แสดงความคิดเห็น imitazione bracciale love cartier usato (ufyqgb-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-10-22 22:39:14 IP : 113.66.41.119


ความคิดเห็นที่ 17 (4085282)
avatar
falso cartier anello uomo oro
cartierbraceletlove WOW just what I was looking for. Came here by searching for mobile text marketing falso cartier anello uomo oro http://www.gioiellibuonmercato.com/
ผู้แสดงความคิดเห็น falso cartier anello uomo oro (qfvpfiwe-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-10-23 03:46:41 IP : 113.66.41.119



ก่อนหน้า1ถัดไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล